Ghibli Lover

Studio Ghibli's Animation Story teller

วันพฤหัสบดี, ธันวาคม 01, 2548

Spirited Away

แนว(genre) : การ์ตูนอะเนมิชั่นแฟนตาซี
ผู้เขียนบท : Hayao Miyasaki (ฮายาโอะ มิยาซากิ)
ผู้กำกับ : Hayao Miyasaki (ฮายาโอะ มิยาซากิ)
ความยาว : ประมาณ 110 นาที

ด้วยรายได้เมื่อออกฉายครั้งแรกในญี่ปุ่น 2.9 ล้านเยน ลบสถิติหนังทำเงินสูงสุดในญี่ปุ่นอย่าง Titanic ลงอย่างราบคาบ กวาดรางวัลระดับโลกมาหลายรางวัลไม่ว่าจะเป็น Golden Bear, Oscar ปี 2002 ฯลฯ ภาพAnimation ที่ดูตระการตา เนื้อหาที่ลึกซึ้งที่บ่งบอกถึง การแสวงหาตัวตนและจิตวิญญาณที่แท้จริง ทำให้ Spirited Away ยังคงเป็นหนังในดวงใจของหลายคนเมื่อเอ่ยถึง Studio Ghibli

ขณะที่ จิฮิโร่เด็กสาววัย 10 ขวบและพ่อแม่ของเธอ กำลังย้ายบ้านใหม่ ระหว่างทางเกิดพลัดหลงเข้าไปในดินแดนแห่งวิญญาณ ที่นั่น พ่อและแม่ถูกสาปให้กลายเป็นหมูเพราะความตะกละ จึงตกเป็นหน้าที่ของ จิฮิโร่ ที่ต้องหาหนทางล้างคำสาปและ พาพ่อแม่ออกจากดินแดนลึกลับแห่งนี้ ทางเดียวที่จะถอนคำสาปได้คือการของานจาก ยูบาบา แม่มดสติแตก ผู้ควบคุมดินแดนแห่งวิญญาณ แต่จิฮิโร่ต้องแลกกับสัญญาที่ต้องมอบชื่อให้กับยูบาบา ชื่อที่มอบให้หมายถึง วิญญาณและตัวตนที่มีมาในอดีต ผู้ที่มอบชื่อให้ยูบาบาคือการมอบวิญญาณและตัวตนนั่นเอง โดยจะได้รับชื่อใหม่ทดแทน สำหรับชื่อใหม่ของจิฮิโร่คือ เซน


แม้ว่า จิฮิโร่ จะได้ทำงานในโรงนวดและได้ผูกมิตรกับวิญญาณในนั้นมากมาย รวมทั้งความช่วยเหลือจาก ฮากุผู้รับใช้ของยูบาบา ในโลกแห่งวิญญาณ จิฮิโร่ ต้องเผชิญอุปสรรคมากมาย และได้เรียนรู้ชีวิตในหลายด้าน จากเด็กที่แสนซน มีชีวิตตามประสาเด็กแก่นๆ คนหนึ่งทำให้เธอกลายเป็นเด็กที่แข็งแกร่งมากขึ้น โดยมีเป้าหมาย 2 ประการคือกลับโลกของเธอพร้อมพ่อแม่ในร่างมนุษย์ คงต้องลุ้นกันหน่อยล่ะครับว่า เธอจะทำสำเร็จมั้ยใน Spirited Away

วันศุกร์, ตุลาคม 28, 2548

Whisper of the heart (เสียงกระซิบของหัวใจ)

แนว(genre) : การ์ตูนตลกใสๆ
ผู้เขียนบท : Hayao Miyasaki (ฮายาโอะ มิยาซากิ)
ผู้กำกับ : Yoshifumi Konduo (โยชิฟูมิ คอนดุโอะ)
ความยาว : ประมาณ 110 นาที

" Country Road ,Take me home
to the place we belong
West Virginia, Mountain mama
Take me Home, Country Road "

ซึคิชิมะ ชิซุกุ เด็กสาวมัธยมต้น ที่บังเอิญไปพบว่าหนังสือเล่มไหนที่เธออยืมมาจากห้องสมุดก็จะต้องมีชื่อของ อามาซาวะ เซจิ ในใบยืมก่อนเธอเสมอ ทำให้เธอจินตนาการไปว่า เขาผู้นั้นจะต้องเป็นคนอ่อนโยน สุภาพ น่ารัก และวันหนึ่งความจริงก็ปรากฏ อามาซาวะ เซจิ ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่คอยกวนประสาทเธออยู่เป็นประจำซึ่งตรงข้ามกับในความคิดเธออย่างสิ้นเชิง แต่การได้พบเจอกันประจำก่อให้เกิดความรู้สึกในใจคนทั้งสองโดยมีบทเพลง " Country Road ,Take me home " ในแบบของ ชิซุกุเป็นสะพานเชื่อม แต่ความรู้สึกของทั้งสองก็ยังไม่เคยเปิดเผยให้แก่กันและกันรู้ จนวันที่ เซจิ ต้องไปอิตาลีเพื่อเรียนต่อ สิ่งที่ทั้งคู่จะเผชิญจะเฉกเช่น โมริซากิ ทาคุ เด็กหนุ่มจากเรื่อง The Ocean Waves ต้องเจอหรือไม่ งานนี้คงต้องเอาใจช่วยทั้งคู่หน่อยล่ะ

สำหรับตัวหนังเองใช่จะมีเรื่องราวเพียง แค่ ชิซุกุ และ เซจิ เท่านั้น องค์ประกอบและ ตัวละครอื่นๆ มีส่วนในการทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวหนัง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของ ชิซุกุ เพื่อนสนิทของเธอ คุณลุงของเซจิ มูน-เจ้าแมวอ้วนของเซจิ และที่สำคัญ ท่านบารอน ตุ๊กตาแมว ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในภาพยนตร์ของ Ghilbli ก่อนการมาถึงของ The Cat Returns ในอีก 7 ปีต่อมา

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ออกฉายในปี 1995 พร้อมกับ On Your Mark ซึ่งทำเป็น Music Video กำกับโดย มิยาซากิใช้ประกอบเพลงเดียวกันนี้ของวงดนตรี Change & Aska

วันพุธ, ตุลาคม 26, 2548

Pom Poko

แนว(genre) : การ์ตูนเบาสมอง
ผู้เขียนบท : Hayao Miyasaki (ฮายาโอะ มิยาซากิ)
ผู้กำกับ : Hayao Miyasaki (ฮายาโอะ มิยาซากิ)
ความยาว : ประมาณ 118 นาที

ครั้งหนึ่ง ป่าเคยเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตทั้งคน สัตว์ และต้นไม้ จนเมื่อมนุษย์สร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆในที่ของตนเอง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมีอารยะ แต่ความมีอารยะของมนุษย์ไม่เคยมีคำว่า สิ้นสุด มนุษย์จึงเริ่มนำอารยะที่ว่าเข้ามาทำลายสิ่งที่ตนเองเคยใช้เป็นที่อาศัย นั่นคือป่า และถึงเวลาที่ผู้อยู่ในป่าต้องออกมาเรียกร้องความเป็นป่ากลับคืนมา

มิยาซากิ ได้พยายามบอกผู้ชมให้รู้ถึงคุณค่าของธรรมชาติไว้ในการ์ตูนของเขาที่ผ่านมา Pom Poco คืออีกเรื่องหนึงแต่มันถูกเล่าออกมาในเชิงตลกขบขันแบบญี่ปุ่น

เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อเหล่าทานุกิ(แรคคูนที่สามารถเดินสองขาเหมือนคน มีอิทธิฤทธิ์สามารถแปลงร่างเป็นสิ่งต่างๆได้ตามใจนึก) เริ่มรู้ว่าในไม่ช้าป่าที่ตนเคยอาศัยต้องถึงวาระสุดท้ายแน่ๆ เมื่อมนุษย์พยายามมาถางป่าเพื่อสร้างตึกรามบ้านช่อง ทำให้เหล่าทานุกิต้องหาทางไม่ให้มนุษย์เข้ามารุกรานที่อาศัยแหล่งสุดท้ายของมัน และด้วยความสามารถของมันในการแปลงร่างได้มันจึง เริ่มแผนการป่วนมนุษย์ โดยเริ่มจากการเลียนแบบมนุษย์ทั้งร่างกายและพฤติกรรมเช่นการดูทีวี และเมื่อรู้จักมนุษย์ มันก็เริ่มสร้างความวุ่นวายในสิ่งที่มนุษย์ไม่อยากเห็นเช่นการปลอมเป็นผีหลอกมนุษย์ การก่อกนงานก่อสร้างของมนุษย์ เป็นต้น แต่สิ่งเหล่านี้ไม่สามรถที่จะหยุดยั้งมนุษย์ได้ แล้วทานุกิจะทำอย่างไรล่ะเพื่อที่จะไม่ต้องเห็นความพินาศของป่าที่ตัวอยู่อาศัย

วันจันทร์, ตุลาคม 24, 2548

The Ocean Waves

แนว(genre) : การ์ตูน Romantic
ผู้เขียนบท : Tomomi Mochizuki
ผู้กำกับ : Tomomi Mochizuki
ความยาว : ประมาณ 72 นาที

The Ocean Waves เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจังหวัดโยจิ ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านนอกเล็ก ๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ตัวเอกของเรื่องคือ โมริซากิ ทาคุ เด็กหนุ่ม ซึ่งได้เดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นในระหว่างทางกลับบ้าน เขาได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ดูคล้ายกับคนที่เขาเคยรู้จักดี และนั่นเองทำให้ความทรงจำในวันเก่าๆ ได้หวนกลับมาอีกครั้ง ย้อนกลับไปในตอนที่ โมริซากิ อยู่ชั้น ม.ปลาย ที่นั่น เขาได้พบกับ มุโตะ ริคาโกะ เด็กสาวจากโตเกียว ซึ่งเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่ โคจิ ตอนกลางเทอมด้วยเหตุผลที่ไม่มีใครทราบแน่ชัด ด้วยบุคคลิกที่เฉยเมยของเธอทให้มัทซึโนะ ยูทากะ เพื่อนที่สนิทที่สุดของโมริซากิ หลงรักเธอในทันที ในขณะที่โมริซากิ ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเช่นนั้น ในเวลาต่อมา มีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ทั้งสองต้องเข้ามาใหล้ชิดกันมากขึ้น และเหตุการณ์นี้เอง ที่ได้นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างทั้งสามคน(คำบรรยายบางส่วนจากปก..)

The Ocean waves ถือเป็นผลงานที่เป็นที่รู้จักน้อยที่สุดของ Studio Ghilbli เป็นเพียงหนังทีวีที่ออกฉายในญี่ปุ่น เดิม เป็นหนังสือนิยายชื่อ Umi ga Kikeru (อูมิ กะ คิโคเอรุ- I can hear the sea) แต่งขึ้นโดย Saeko Himuro แต่เดิมหนังทีวีได้ใช้ชื่อ ตามหนังสือและได้เปลี่ยนมาเป็น The Ocean Waves ในภายหลัง นอกจากนี้ ยังเป็นเรื่องแรกที่ไม่ได้กำกับโดย มิยาซากิ และ ทากาฮาตะ สองผู้ก่อตั้ง Studio Ghilbli แต่มอบหมายให้ Tomomi Mochizuki โทโมมิ โมชิซูกิ เจ้าของผลงาน Kimagure The Orange Road-The Movie มากำกับ

จุดเด่นของ The Ocean Waves คือการถ่ายทอด ภาษารัก ผ่านงานอนิเมชั่น โดยอิงจากความเป็นจริงของชีวิตวัยรุ่น ที่บางช่วงของเวลานั้น อาจจะมีความรู้สึกดีๆให้อีกคนหนึ่ง ทั้งๆที่ตัวเองกลับพยายามปฏิเสธ ความรู้สึกนั้นตลอดเวลา และปล่อยให้มันนั้นผ่านเลยไป สิ่งที่หลงเหลือในวันนี้จึงมีเพียงความทรงจำที่ไม่หวนคืน

แม้ว่า The Ocean Wave จะไม่ใช่งานหวือหวา เหมือนงานที่ผ่านๆ มาของ Ghilbli แต่สิ่งที่เราได้เจอใน The Ocean Waves สามารถเติมเต็มในส่วนที่ Ghilbli ยังไม่เคยมีมาก่อนได้เป็นอย่างดี

วันอาทิตย์, ตุลาคม 23, 2548

Porco Rosso

แนว(genre) : การ์ตูนตลกเบาสมอง
ผู้เขียนบท : Hayao Miyasaki (ฮายาโอะ มิยาซากิ)
ผู้กำกับ : Hayao Miyasaki (ฮายาโอะ มิยาซากิ)
ความยาว : ประมาณ 93 นาที

Porcor Rosso เป็นเรื่องราวที่เกิดในยุคปลายทศวรรษที่ 20 ในช่วงภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ มาร์โค แพกกอท(Marco Paggot) นักบินในกองทัพอิตาลี ได้ลาออกจากกองทัพหลังจากที่ลัทธิฟาสซิสท์ขึ้นครองอำนาจ และตัวเขาเองได้กลายมาเป็นหมู มาร์โค มีชีวิตอยู่ไปวันๆ ด้วยการล่าค่าหัวพวกโจรในนาม Porco Rosso ปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตผ่านพ้นไป ไม่ว่าจะเป็น คนรักหรือเพื่อนเก่า จนกระทั่งวันหนึ่ง เครื่องบิน ของเขาถูกโจมตีโดยกลุ่มโจรสลัดที่ต้องการแก้แค้น ทำให้เขาต้องนำเครื่องบินไปซ่อมที่มิลาน ที่นั่นเขาได้พบกับ ฟีโอ เด็กสาวใสซื่อบริสุทธิ์ ที่มีส่วนในการทำให้เขาลบเลือนความเกลียดชังตนเองและทำให้เขาเกิดความหวังในเหล่ามวลมนุษย์ขึ้นมาอีกครั้ง(คำบรรยายบางส่วนจากปก..)

หนังเรื่องนี้บอกเราให้รู้ว่า ในความโหดร้าย ยังคงมีความดีหลงเหลืออยู่เสมอ ขอเพียงเราหยิบความดีนั้นมาเก็บไว้ในความทรงจำ และเดินหน้าเพื่อความดีในวินาทีนี้เพื่อเป็นความทรงจำในวินาทีถัดไป
Porcor Rosso ออกฉายในปี 1992 ความตั้งใจเดิมของ มิยาซากิ ต้องการให้การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนเรื่องสั้นเพื่อฉายบนเครื่องบินเจแปนแอร์ไลน์ ไว้คลายความเบื่อของผู้โดยสาร แต่ไปๆมาๆ มันกลับกลายเป็นเรื่องยาว (โอโหปาเข้าไปตั้ง 93 นาทีแน่ะ) จึงต้องฉายในโรงหนังแทน

Only Yesterday

แนว(genre) : การ์ตูนดราม่า
ผู้เขียนบท : อิซาโอะ ทากาฮาตะ(Isao Takahata)
ผู้กำกับ : อิซาโอะ ทากาฮาตะ(Isao Takahata)
ความยาว : -

Only Yesterday หรือในชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า Omohide Poroporo หมายถึง “ ความทรงจำแห่งหยดน้ำตา ” เล่าเรื่องราวของ ทาเอโกะ ในวัยเด็กจากความทรงจำของเธอระหว่างไปพักร้อนที่บ้านญาติที่เมืองยามากาตะ ความทรงจำของ ทาเอโกะ เป็นเรื่องราวทีไม่ปะติดปะต่อกัน เช่นเดียวกับความทรงจำของคนทุกๆคน มีความทรงจำอันหลากหลาย ตั้งแต่ความตื่นเต้นที่ได้กินสัปปะรดเป็นครั้งแรก ความทรงจำเกี่ยวกับแม่ที่เย็นชาที่ต้องการเธอ กินเก่ง มากกว่า เขียนเรียงความเก่งความทรงจำเกี่ยวกับพ่อที่เคร่งขรึมและเคยทำโทษเธอด้วยเหตุผลที่ว่าเธอทำตัวต่อต้าน ฯลฯ ความทรงจำทั้งหมดนี้มีทั้งเรื่องสุขและเศร้าเคล้ากันไป เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป มันก็เปรียบเสมือนรอยคราบน้ำตาที่ค่อยๆ เหือดหายไป จนไม่สามารถมองเห็นได้ในที่สุด

เมื่อทาเอโกะเดินทางมาถึงเมืองยามากาตะ เธอได้มีความสุขกับการทำไร่ทำสวนและได้พบหับ โทชิโอะ ชายหนุ่มที่ดูจะเข้าถึงจิตใจในส่วนลึกของเธอได้เป็นอย่างดี เขาเหมือนคนที่ใช่สำหรับเธอ แต่หนังไม่ได้เดินตามสูตรหนังรักทั่วไป เพราะเมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ทาเอโกะ ต้องมานั่งทบทวนความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ ว่าเธอจะหลงรักชนบทนี้เข้าเต็มเปาได้อย่างไร...(คำบรรยายบางส่วนจากปก..)

ผลงานลำดับที่สามของ ทากาฮาตะ ที่สร้างและดัดแปลงจาก ต้นฉบับหนังสือการ์ตูนโดย Hotaru Okamoto และ Yuuko Tone หนังนำเสนอเรื่องสลับไปสลับมาระหว่างปัจจุบันกับความทรงจำในอดีตเพื่อเน้นให้เห็นถึงความทรงจำที่ผุดขึ้นมาแบบไม่ปะติดปะต่อ แต่ด้วยความทรงจำนี่แหละที่จะเป็นส่วนประกอบของการตัดสินใจครั้งสำคัญของ ทาเอโกะ ในภายหลัง

วันเสาร์, ตุลาคม 22, 2548

Kiki's Delivery Service (แม่มดน้อยมหัศจรรย์)

แนว(genre) : การ์ตูนแฟนตาซี
ผู้เขียนบท : Hayao Miyasaki (ฮายาโอะ มิยาซากิ)
ผู้กำกับ : Hayao Miyasaki (ฮายาโอะ มิยาซากิ)
ความยาว : ประมาณ 103 นาที

ตามธรรมเนียมของแม่มด เมื่อพวกหล่อนอายุครบ 13 ปี จะต้องออกไปใช้ชีวิตในเมืองที่ไม่มีแม่มดอาศัยอยู่เพื่อเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น กิกี้(KIKI) ก็เช่นเดียวกัน เธอออกเดินทางพร้อมกับ จิจี้ แมวดำจอมจ้อ มายังเมืองริมทะเล โดยเริ่มต้นชีวิตวัย 13 ด้วยการเปิดร้านรับส่งของทางอากาศ และวิธีที่เธอใช้ส่งของก็คือการขี่ไม้กวาดนั่นเอง แต่แน่ล่ะ การใช้ชีวิตกับคนธรรมดาแถมยังแปลกหน้าเสียอีก ต้องทำให้การดำเนินชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน เวทมนตร์ที่ติดตัวมาจะช่วย กิกี้ ได้มากน้อยแค่ไหนคงต้องติดตามดูครับ

สำหรับเรื่อง Kiki's Delivery Service ออกฉายในปี 1989 ดัดแปลงมาจากหนังสือนิทานสำหรับเด็กซึ่งแต่งโดย เอโกะ คาดาโน แปลเป็นไทยแล้วโดย นภสิริ ครับ ดูได้ที่ http://www.neoedu.co.th/Kiki.htm ปัจจุบันมีเล่ม Kiki's Delivery Service มีเล่มต่อออกมาแล้วโดยผู้เขียนคนเดิม แต่ยังไม่มีฉบับแปลเป็นไทยครับ

แม้เนื้อเรื่องบางตอนในการ์ตูนจะไม่เหมือนในหนังสือนักแต่ยังคง Theme ของเรื่องที่มุ่งเน้นในเรื่องการสอนเด็กๆที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นได้เป็นอย่างดี

วันอังคาร, ตุลาคม 18, 2548

My Neighbor Totoro

แนว(genre) : การ์ตูนกึ่งแฟนตาซี
ผู้เขียนบท : Hayao Miyasaki (ฮายาโอะ มิยาซากิ)
ผู้กำกับ : Hayao Miyasaki (ฮายาโอะ มิยาซากิ)
ความยาว : ประมาณ 86 นาที

ในช่วงแรกที่ My Neighbor TOTORO (โตโตโระ) ออกฉายในญี่ปุ่น พร้อมกับGrave Of The Fireflies ก็ดูจะไม่ค่อยทำเงินเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับ Animation เรื่องก่อนหน้านั้น ตรงกันข้าม ของชำร่วยเช่น ตุ๊กตาโตโตโระ ตุ๊กตารถบัสแมวเหมียว กลับขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และ โตโตโระ ได้กลายมาเป็นเครื่องหมายการค้าในของ Studio Ghibli ในเวลาต่อมา สิ่งที่ มิยาซากิ นำเสนอใน TOTORO ในแง่ความผูกพันระหว่าง สัตว์หน้าตาประหลาดแสนใจดี กับเด็กน้อย 2 คนก็สามารถสร้างความประทับใจให้ผู้ชมได้ไม่ลืมเลือน
My Neighbor TOTORO เป็นเรื่องราวที่พูดถึง ซัตสึกิ และเมย์ น้องสาววัย 4-5 ขวบ ที่เพิ่งย้ายบ้านมาอยู่นอกเมืองใหญ่พร้อมกับพ่อ ในขณะที่ แม่ที่ป่วยยังต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาล พ่อของเด็ก ๆ แม้ว่าจะดูเอาใจใส่เลี้ยงดูเด็กทั้งสองดีแต่ด้วยภาระที่ต้องเป็นเสาหลักหาเลี้ยงดูครอบครัว จึงมีเวลาไม่มากนักให้กับเด็ก ๆ จึงเป็นหน้าที่ของ ซัตสึกิ ที่ต้องดูแลน้องสาววัยซนเมื่อพ่อต้องทำงาน


วันหนึ่ง ทั้งคู่ได้เข้าไปในป่าข้างบ้านและพบเจอกับ โตโตโระ สัตว์ใจดีหน้าตาประหลาดคล้ายแร็คคูนผสมนกฮูกและแมว ซึ่งเป็นเสมือนเทพพิทักษ์ป่า ที่นั่นความสัมพันธ์ที่งดงามระหว่างสัตว์ใจดีกับเด็กแสนซื่อก็เริ่มขึ้น เด็กทั้งคู่ได้เรียนรู้สิ่งที่ดีงามจาก โตโตโระ แม้ว่าหนังจะไม่บอกเราโดยตรงแต่ การแสดงออกของเทพพิทักษ์ป่าและเด็กทั้งคู่ ทำให้เราซึมซับความประทับใจนั้นได้ หนังเดินมาจนถึง Climax สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงไมตรีของ โตโตโระ ที่ยินดีให้ ซัตสึกิ นั่งรถบัสเหมียวยักษ์เพื่อตามหาน้องสาวที่หลงทางในป่าจนพบในที่สุด